การค้าระหว่างประเทศ
นโยบายการค้าการลงทุน
กระทรวงเศรษฐกิจ, การค้า และอุตสาหกรรม (Ministry of Economy, Trade and Industry) ของญี่ปุ่นได้กำหนด กลยุทธ์เพื่อการเติบโตทาง เศรษฐกิจแนวใหม่ (New Economic Growth Strategy) โดยเน้นให้ญี่ปุ่นสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และสร้างความแข็งแกร่ง ของเศรษฐกิจ ภายในประเทศไปพร้อมๆ กันด้านการค้า: ญี่ปุ่นยังใช้นโยบาย การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ กับประเทศในเอเชีย ทั้งนี้เนื่องจากการเจรจา การค้าภายใต้ WTO ไม่คืบหน้า ญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญต่อการผลักดัน การเปิดเสรีโดยการจัดทำ FTA (Free trade agreements) และ EPA (Economic partnership agreements) ในรูปแบบทวิภาคี เหมือนประเทศสมาชิก WTO อื่นๆ เช่นกัน ปัจจุบัน ญี่ปุ่นได้ทำ FTA แล้วกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทย ก็ได้มีการลงนามใน ความตกลงหุ้นส่วน เศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ไปแล้วเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2550 นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นยังได้จัดทำ ความตกลงการค้าเสรี กับประเทศนอกภูมิภาคเอเซียอย่างเม็กซิโกด้วย รวมทั้งยังให้ความสำคัญในการจัดทำ FTA กับชิลี The Gulf Cooperation Council อินเดีย ออสเตรเลีย และสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ และเป็นแหล่งที่มาของปัจจัยการผลิต
ด้านการลงทุน: เอเชียเป็นตลาดที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญมากขึ้น โดยในระยะหลัง ภาคเอกชนญี่ปุ่น ได้ขยายการลงทุน โดยการสร้างโรงงานผลิตสินค้า ไปยังประเทศในเอเชียตะวันออก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ม ีอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อรองรับตลาด และเสริมสร้างความร่วมมือ กับพันธมิตรทางธุรกิจในท้องถิ่น
ญี่ปุ่นพยายามผลักดันให้มีการนำผลการวิจัยและพัฒนาในสินค้าที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (next-generation industries) มาใช้ให้เกิดผลอีกด้วย โดยสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคตที่ประเทศญี่ปุ่นต้องการผลักดันต่อไปได้แก่ แบตเตอร์รี่สำหรับยานยนต์ในอนาคต อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย การนำเทคโนโลยีไปใช้ในเครื่องวัดต่อต้านมะเร็ง และอุปกรณ์และยานยนต์ทางอากาศในอนาคต
ที่มา : สำนักงานยุทธศาสตร์การพาณิชย์
