เน็ทลอค ไทยแลนด์
ภาษาไทย ภาษาไทย English Japanese Site Map แผนผังเว็บไซต์
เน็ทลอค ไทยแลนด์
การขยายธุรกิจสู่ประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูลทั่วไป
ภูมิประเทศ
การใช้พื้นที่
ภูมิอากาศ
การเมืองการปกครอง
ประชากร
สกุลเงินตรา
เศรษฐกิจ
นโยบายต่างประเทศ
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น
อุตสาหกรรม
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วัฒนธรรม
ศาสนา
ภาพรวมเศรษฐกิจในญี่ปุ่น
การค้าระหว่างประเทศ
ภาษีและอัตราแลกเปลี่ยน
การนำเข้า-ส่งออกญี่ปุ่น
บทความ
ข้อมูลทั่วไป
ประเทศญี่ปุ่น :
ธงชาติญี่ปุ่น ตราแผ่นดินของญี่ปุ่น
ธงชาติ ตราแผ่นดิน

ภูมิประเทศ

:

เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอฮอส์ค เป็นเส้นแบ่งแดน

พื้นที่

:

พื้นที่รวม

:

377,835  ตร.กม.

พื้นที่ดิน

:

37,744  ตร.กม.

พื้นที่น้ำ

:

3,091  ตร.กม.

พื้นที่ใช้ประโยชน์หมุนเวียน

:

11.64  ร้อยละ 

พื้นที่เพาะปลูกถาวร

:

0.9  ร้อยละ 

อื่น ๆ

:

87.46  ร้อยละ 

เมืองหลวง

:

โตเกียว (35°41′N 139°46′E )

เมืองใหญ่สุด

:

โตเกียว

ภาษาราชการ

:

ภาษาญี่ปุ่น

รัฐบาล

:

ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
จักรพรรดิ

:

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ

นายกรัฐมนตรี

:

ยะซุโอะ ฟุกุดะ

การสร้างชาติ

:

วันก่อตั้งชาติ

:

11 กุมภาพันธ์ 660 ปีก่อนคริสต์ศักราช (เชิงสัญลักษณ์)

รธน. เมจิ

:

29 พฤศจิการยน พ.ศ. 2433

รธน. ปัจจุบัน

:

3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490

สนธิสัญญาซานฟรานซิสโก

:

28 เมษายน พ.ศ. 2495

Jeppa

:

 

ประชาการ

:

ปี 2007 ประมาณ

:

127,433,494 (1 มีนาคม 2007)

ความหนาแน่น : 337/ตร.กม.

GDP (PPP)

:

2006 ค่าประมาณ
รวม

:

4.220 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 3)

ต่อประชากร

:

33,100 ดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 16)

HDI (2003)

:

0.949 (อันดับที่ 7)

สกุลเงิน

:

เยน (¥) (JPY)

เขตเวลา

:

JST (UTC+9)

รหัสอินเตอร์เน็ต

:

.jp

ภูมิอากาศ

:

อากาศค่อนข้างหนาวจัดทางภาคเหนือ อากาศอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิแถบตะวันออกและตะวันตก อากาศค่อนไปทางเขตร้อนทางภาคใต้ ฤดูฝนราวกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม อากาศเย็นสบายในฤดูใบไม้ร่วงทางแถบตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง

รหัสโทรศัพท์

:

+81


ภูมิประเทศ 

          ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะต่าง ๆ กว่า 4,000 เกาะ เรียงราย เป็นแนวยาวจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และตั้งอยู่ทาง ตะวันออก สุดของโลก จึงเป็นที่มาของชื่อ " ดินแดนอาทิตย์อุทัย " จุดทางใต้สุดอยู่ที่เส้นรุ้ง ประมาณ 24 องศาเหนือ และเหนือสุดที่ประมาณ 45 องศาเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 377,835 ตารางกิโลเมตร ความยาวจากเหนือจรดใต้ ประมาณ 2,800 กิโลเมตร ญี่ปุ่นมีขนาดเล็กกว่าไทยประมาณ 0.7 เท่า แต่มีประชากรมากกว่า ประมาณ 2 เท่า

          ญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะคือ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุและคิวชิว เกาะฮอนชู เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ยังแบ่งเป็น 5 ภาค เรียงจากเหนือลงมาคือ โทโฮะกุ คันโต จูบุ คิงคิ และจูโงกุมีจังหวัดต่าง ๆ ทั้งหมด 47 จังหวัด ( Prefecture ) แบ่งเป็นเมืองต่าง ๆ รวมทั้งหมดมากกว่า 650 เมืองโดยมีโตเกียว เป็นเมืองหลวง ของประเทศมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2411 พื้นที่ประมาณ 3 ใน 4 ของญี่ปุ่นจะเป็นภูเขาและเนินเขา ซึ่งอุดมไปด้วยป่าไม้ แม้ว่าความต้องการใช้ไม้จะมีมาก แต่การตัดไม้นั้นมีน้อย เนื่องจากญี่ปุ่น หันไปนำเข้าไม้ราคาถูก จากต่างประเทศ แทนการทำลาย

          พื้นที่ราบจะเป็นพื้นที่สำหรับการกสิกรรม และที่ตั้งของเมืองต่าง ๆ พื้นที่ราบที่ใหญ่ ที่สุดอยู่บริเวณ ใจกลางอ่าวโตเกียว คือที่ราบคันโต ( Kanto ) นอกจากนั้น ก็ยังมีที่ราบโทโฮะกุ ( Tohoku ) ทางตอนเหนือของ เกาะฮอนชูที่ราบในฮอกไกโด และที่ราบเขตอุตสาหกรรม นาโงย่า-โอซาก้า ( Nagoya - Osaka ) ที่ราบเหล่านี้จะแน่นขนัด ไปด้วยบ้านเรือน โรงงาน ที่ดินเกษตร และสาธารณูปโภค คิดเป็น 20% ของที่ดิน โดยรวมทั้งประเทศ
แผนที่ประเทศญี่ปุ่น
ฮอกไกโด โทโฮะกุ คันโต จูบุ

1.  ฮอกไกโด

2.  อะโอะโมะริ
3.  อิวะเตะ
4.  มิยะงิ
5.  อะกิตะ
6.  ยะมะงะตะ
7.  ฟุกุชิมะ

8.  อิบะระกิ
9.  โทะจิงิ
10.  กุนมะ
11.  ไซตะมะ
12.  จิบะ
13.  โตเกียว
14.  คะนะงะวะ

15.  นิอิงะตะ
16.  โทะยะมะ
17.  อิชิกะวะ
18.  ฟุกุอิ
19.  ยะมะนะชิ
20.  นะงะโนะ
21.  กิฟุ
22.  ชิซึโอะกะ
23.  ไอจิ

คันไซ จูโงะกุ ชิโกะกุ คิวชู และ โอะกินะวะ

24.  มิเอะ
25.  ชิงะ
26.  เกียวโตะ
27.  โอซะกะ
28.  เฮียวโงะ
29.  นะระ
30.  วะกะยะมะ

31.  โทตโตะริ
32.  ชิมะเนะ
33.  โอะกะยะมะ
34.  ฮิโระชิมะ
35.  ยะมะงุจิ

36.  โทะกุชิมะ
37.  คะงะวะ
38.  เอะฮิเมะ
39.  โคจิ

40.  ฟุกุโอะกะ
41.  ซะงะ
42.  นะงะซะกิ
43.  คุมะโมะโตะ
44.  โออิตะ
45.  มิยะซะกิ
46.  คะโงะชิมะ
47.  โอะกินะวะ

กลับด้านบน

การใช้พื้นที่ 

ตารางแสดงพื้นที่และการใช้พื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น ( คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ )

ปี กสิกรรม ป่าไม้ ทุ่งหญ้า พื้นน้ำ ถนน อาคาร อื่น ๆ
1990 14.1 66.8 0.7 3.5 3.0 4.3 7.5
1991 14.0 66.8 0.7 3.5 3.0 4.3 7.6
1992 13.9 66.7 0.7 3.5 3.1 4.4 7.7
1993 13.8 66.6 0.7 3.5 3.1 4.4 7.8
1994 13.7 66.6 0.7 3.5 3.1 4.5 7.9
1995 13.6 66.5 0.7 3.5 3.2 4.5 8.0
1996 13.4 66.5 0.7 3.5 3.2 4.6 8.0
1997 13.3 66.5 0.7 3.5 3.3 4.6 8.1
กลับด้านบน

ภูมิอากาศ 

ประเทศญี่ปุ่นสามารถแบ่งเขตของภูมิอากาศได้ 6 เขต คือ

  • ฮอกไกโด: เหนือสุดของประเทศ มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี
  • ทะเลญี่ปุ่น: ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลทางฝากตะวันตกของญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวมีหิมะตกมาก และในข่วงฤดูร้อนอะกาศจะเย็นกว่าฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
  • ที่สูงตอนกลาง: อุณหภูมิระหว่างฤดูและกลางวันกลางคืนมีความแตกต่างมาก
  • ทะเลเซะโตะ: มีอากาศชื้นตลอดทั้งปี
  • ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก: ตั้งอยู่ชายฝั่งมหาสมุทรทางตะวันออกของประเทศ ในฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวเย็นแต่ไม่ค่อยมีหิมะตก ในฤดูร้อนมีอากาศร้อนและชื้น
  • หมู่เกาะตะวันตกเฉียงใต้: หมู่เกาะริวกิวมีอุณหภูมิกึ่งเขตร้อน คืออุ่นในฤดูหนาวและร้อนในฤดูร้อน มีฝนตกมากและมีไต้ฝุ่นผ่านมาในช่วงเปลี่ยนฤดู
                    ฤดูฝนหลักเริ่มต้นขึ้น ในต้นเดือนพฤษภาคม ที่โอะกินะวะ และจึงค่อยๆไต่ขึ้นไป จนถึงฮอกไกโดในปลายเดือนกรกฎาคม บนเกาะฮอนชูฤดูฝน จะเริ่มในกลางเดือนของ เดือนมิถุนายน มีระยะเวลาประมาณเดือนครึ่ง ส่วนอีกช่วงที่มีฝนตก คือช่วงเปลี่ยนฤดู ระหว่างฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน และฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง
กลับด้านบน

การเมืองการปกครอง

          ประเทศญี่ปุ่นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นประมุข แต่มีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าของคณะรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกจากสมาชิกรัฐสภา นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ฉบับที่ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) หรือฉบับปัจจุบัน ได้มีการบัญญัติไว้ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิ ทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ มิใช่องค์ประมุข และไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ

รัฐสภา (国会, คกไก) ประกอบด้วย 2 สภา คือ

  • สภาผู้แทนราษฎร (衆議院, ชูงิอิง) มีสมาชิก 480 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี
  • วุฒิสภา (参議院, ซังงิอิง) มีสมาชิก 242 คน มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยเลือกตั้งจำนวนครึ่งหนึ่งสลับกันไปทุก 3 ปี

พรรคการเมืองได้แก่

  • พรรคเสรีประชาธิปไตย (自由民主党) เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 294 ที่นั่ง (สตรี 26 คน) ในวุฒิสภา 111 ที่นั่ง (สตรี 12 คน) หัวหน้าพรรคคือนายยาซุโอะ ฟุคุดะ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • พรรคโคเมโตใหม่ (公明党) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 31 ที่นั่ง (สตรี 4 คน) ในวุฒิสภา 24 ที่นั่ง (สตรี 5 คน) หัวหน้าพรรคคือนายอะกิฮิโระ โอตะ
  • พรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan: DPJ : Minshuto) แกนนำฝ่ายค้าน มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 113 ที่นั่ง (สตรี 10 คน) ในวุฒิสภา 82 ที่นั่ง (สตรี 11 คน) หัวหน้าพรรคคือนายอิจิโร โอะซะวะ

  • พรรคสังคมประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Social Democratic Party of Japan : SDP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีที่นั่ง ในสภาผู้แทนราษฎร 7 ที่นั่ง (สตรี 2 คน) ในวุฒิสภา 6 ที่นั่ง (สตรี 1 คน) หัวหน้าพรรคคือนางมิซุโฮะ ฟุคุชิมะ
  • พรรคคอมมิวนิสต์ (Japan Communist Party - JCP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 9 ที่นั่ง (สตรี 2 คน) ในวุฒิสภา 9 ที่นั่ง (สตรี 3 คน) หัวหน้าพรรคคือนายคะซุโอะ ชิอิ
กลับด้านบน

ประชากร

          ประชากรญี่ปุ่นมีประมาณ 128 ล้านคน คนญี่ปุ่นมีลักษณะ เป็นชาตินิยม และอนุรักษ์นิยม แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือเป็นชนชาติที่ฉลาด จะเห็นได้จาก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก ในเอเชียที่สามารถพาตัวเอง เข้าสู่ยุคใหม่ได้เร็วที่สุด และหลังสงครามโลก จากประเทศที่แทบไม่เหลืออะไรเลย สามารถพัฒนาตนเอง ในเวลาแค่ 30 กว่าปี เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับที่ 2 ของโลก และเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชีย ทั้งๆที่ญี่ปุ่นนั้นมีทรัพยากร อยู่น้อยมาก และยังมีภัยธรรมชาติมากมาย

จำนวนประชากร

รายชื่อเมืองใหญ่เรียงตามจำนวนประชากร 20 อันดับแรก สำรวจเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

ที่ เมือง จังหวัด ประชากร
1 โตเกียว (東京23区) โตเกียว (東京都) 8,543,412 (เฉพาะ 23 เขตการปกครอง พิเศษในจังหวัด)
2 โยะโกะฮะมะ (横浜市) คะนะงะวะ (神奈川県) 3,605,393
3 โอซะกะ (大阪市) โอซะกะ (大阪府) 2,636,680
4 นะโงะยะ (名古屋市) ไอจิ (愛知県) 2,225,129
5 ซัปโปะโระ (札幌市) ฮอกไกโด (北海道) 1,889,846
6 โคเบะ (神戸市) เฮียวโงะ (兵庫県) 1,529,435
7 เกียวโตะ (京都市) เกียวโตะ (京都府) 1,473,177
8 ฟุกุโอะกะ (福岡市) ฟุกุโอะกะ (福岡県) 1,416,607
9 คะวะซะกิ (川崎市) คะนะงะวะ (神奈川県) 1,343,845
10 ไซตะมะ (さいたま市) ไซตะมะ (埼玉県) 1,183,307
11 ฮิโระชิมะ (広島市) จังหวัดฮิโระชิมะ (広島県) 1,158,621
12 เซนได (仙台市) มิยะงิ (宮城県) 1,027,909
13 คิตะคิวชู (北九州市) ฟุกุโอะกะ (福岡県) 990,655
14 จิบะ (千葉市) จิบะ (千葉県) 931,107
15 ซะไก (堺市) โอซะกะ (大阪府) 832,589
16 นีงะตะ (新潟市) นีงะตะ (新潟県) 812,875
17 ฮะมะมะสึ (浜松市) จังหวัดชิซึโอะกะ (静岡県) 807,425
18 ชิซึโอะกะ (静岡市) ชิซึโอะกะ (静岡県) 712,191
19 โอะกะยะมะ (岡山市) โอะกะยะมะ (岡山県) 677,077
20 คุมะโมะโตะ (熊本市) คุมะโมะโตะ (熊本県) 670,321
กลับด้านบน

สกุลเงินตรา

          ญี่ปุ่นใช้เงินสกุล เยน เงิน 100 เยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 35 บาท เงินเหรียญ ที่ใช้มีตั้งแต่ 1, 5, 10, 100 และ 500 เยน ตามลำดับธนบัตรมีตั้งแต่ 1,000, 2,000, 5,000 และ 10,000 เยน ธนบัตร 2000 เยน เพึ่งจะเริ่มใช้ได้ จึงไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก

          ข้อแนะนำในการใช้เงิน ให้คิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเรามีเงินอยู่ 100 เยน ก็ให้ตัด 0 ออก 1 ตัว ก็จะเหลือ 10 ซึ่งเทียบได้เท่ากับค่าเงินบาท ที่เราสามารถซื้อของได้ เช่น ที่ญี่ปุ่นสามารถซื้อน้ำ 1 กระป๋อง ในราคา 100 เยน ซึ่งก็เทียบได้กับเงิน 10 บาทของไทย ที่สามารถซื้อน้ำอัดลมดื่มได้ ก็จะทำให้ ไม่เกิดความรู้สึกว่าของ ที่ญี่ปุ่นแพงจนเกินไป จนไม่กล้าที่จะ ซื้อของ ที่ญี่ปุ่นและ ในประเทศ ญี่ปุ่น สิ่งที่ใช้แรงงานคนจะแพงมาก ส่วนที่ใช้เครื่องจักร หรือ คอมพิวเตอร์จะมีราคาถูก
กลับด้านบน

เศรษฐกิจ

           ญี่ปุ่นเป็นประเทศ ที่มีเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับที่สองของโลก ความเปลี่ยนแปลง ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น จะมีผลกระทบอย่างมาก ต่อเศรษฐกิจโลก หน่วยเงินตราที่ใช้ คือ เยน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสามหน่วย เงินหลักของโลก

          ญี่ปุ่นไม่ค่อยมี ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ที่มีอยู่มาก คือ ซีเมนต์ ที่ใช้วัตถุดิบ คือหินภูเขาไฟ แก้ว ทอง เงิน ทองแดง และถ่านหิน

          อุตสาหกรรมนั้น เป็นเน้นไปที่การผลิต มีการนำเข้าน้ำมันดิบ และแร่เหล็ก เพื่อนำไปผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ส่งออกไปจำหน่าย ถือเป็นการค้าโดยการผลิต ในปัจจุบันมี การนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ จากประเทศเกาหลีใต้และไต้หวัน โดยการนำเข้า แล้วส่งออกผลิตภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์มีปริมาณมากที่สุด

          ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ประเทศในเอเชียตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ สหภาพยุโรป ซาอุดีอาระเบีย และจีน โดยไม่มีการขาดดุลทางการค้า

  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ประมาณ 4,223 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (50.2 ล้านล้านเยน/ ปี 2548 : อัตราเเลกเปลี่ยน 119 เยน/ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)
  • อัตราการเติบโตของ GDP ร้อยละ 2.7 (ปี 2548)
  • เงินตรา สกุลเงินเยน (YEN: Y )(円)
  • รายได้ประชาชาติ 32,989 ดอลลาร์สหรัฐ /คน/ ปี (ปี 2548)
  • อัตราการว่างงาน ร้อยละ 4.4 (ปี 2548)
  • อัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ 119 เยน/ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 27.35 บาท/ 100 เยน (30 มิถุนายน 2550)
  • อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ - 0.3 (ปี 2548)
  • สินค้าส่งออก เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่าง ๆ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากโลหะเหล็กและเหล็กกล้า สิ่งทอ และเครื่องบริโภค
  • สินค้านำเข้า เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์อาหาร วัตถุดิบต่าง ๆ สิ่งทอ
  • ตลาดนำเข้าที่สำคัญ จีน สหรัฐฯ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สาธารณรัฐเกาหลี ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน เยอรมนี และไทย (ไทยอันดับที่ 10 / ปี 2548)
  • ตลาดส่งออกที่สำคัญ สหรัฐฯ จีน สาธารณรัฐเกาหลี ได้หวัน ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร มาเลเซีย และออสเตรเลีย (ไทยอันดับที่ 6 / ปี 2548)
  • เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 864.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มิถุนายน 2549)
กลับด้านบน

นโยบายต่างประเทศ

           ญี่ปุ่นรักษาความสัมพันธ์ ทางเศรฐกิจ และกองทัพกับ สัญญาพันธมิตร กับสหรัฐอเมริกา และใช้การเป็นสัมพันธมิตร และความปลอดภัย นโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่น ที่เวทีสมาชิกของสหประชาชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ญี่ปุ่นได้รับใช้เป็นสมาชิกสภาความปลอดภัย (ไม่ถาวร) รวม 18 ปี มากที่สุด เมื่อปี พ.ศ. 2548 – 2549 ญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในชาติ G4 การเข้าเป็นสมาชิกถาวร ในสภาความปลอดภัยซึ่งเป็นสมาชิกของ G8 APEC และที่ร่วมวงการสุดยอดในเอเชียตะวันออก ญี่ปุ่นมีส่วนด้วย ในการตื่นตัวธุระระหว่างประเทศ ญี่ปุ่นมีปัญหาระหว่างประเทศ (ในเอเชียตะวันออก) หลายๆ ด้าน เช่นปัญหาข้อพิพาทดินแดน และเกาะต่างๆกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กับรัสเซียที่เกาะคูริล ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัสเซีย กับประเทศเกาหลีใต้ทางใต้ตรงข้ามกับ ทะเกะชิมะ จีน และ ไต้หวัน เป็นต้น
กลับด้านบน

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

ความสัมพันธ์กับไทย

          ความสัมพันธ์ ไทยกับญี่ปุ่น มีการติดต่อสัมพันธ์กัน มานานหลายร้อยปี แต่ได้สถาปนาความสัมพันธ์ ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยการลงนามในปฏิญญาทางไมตรี และการพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2430 (ค.ศ. 1887)

          กรอบความร่วมมือทวิภาคีที่สำคัญ

  1. การหารือหุ้นส่วนทางการเมืองไทย - ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Political Partnership Consultations – JTPPC)
  2. การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและการทหารทวิภาคีระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับญี่ปุ่น (Bilateral Political and Military Meeting)
  3. การประชุมคณะทำงานร่วมเฉพาะกิจไทย - ญี่ปุ่น ว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์
  4. การประชุมความร่วมมือทางวิชาการ หุ้นส่วนไทย - ญี่ปุ่น (Japan- Thailand Partnership Programme in Technical Cooperation - JTPP)
  5. การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น (ภาคเอกชน)

    การค้าไทย - ญี่ปุ่น

    เมื่อปี พ.ศ. 2548 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่าทั้งสิ้น 41,132 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการค้าสองฝ่ายเมื่อปีก่อน ร้อยละ 14.9 ซึ่งทางไทยได้ส่งออกไปยังญี่ปุ่นมูลค่า 15,096 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 และนำเข้าจากญี่ปุ่นมูลค่า 26,036 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.8

    สินค้าที่นำเข้าจากญี่ปุ่นมากที่สุด เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบรถยนต์ เหล็กแผ่นรีดร้อน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ส่วนประกอบ เครื่องยนต์ เครื่องจักรที่ทำงานเป็นเอกเทศ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เหล็กแผ่นชุบ รถบรรทุก แบบหล่อสำหรับโลหะและวัสดุ และอื่น ๆ

    สินค้าส่งออกจากไทยมี เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยางธรรมชาติ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ไก่สดแช่เย็น เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง อาหารทะเลแปรรูป ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เครื่องรับโทรศัพท์และส่วนประกอบ เนื้อปลาสดแช่เย็น แช่แข็ง และอื่น ๆ

    การลงทุนปีเมื่อปี 2548 ญี่ปุ่นได้เลงทุนในไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4,613.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 2,680.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2547 ซึ่งส่วนมากเป็นการลงทุนในสาขา ผลิตภัณฑ์โลหะ รถยนต์ และเครื่องจักร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.1 รองลงมาคือสาขาอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้อยละ 12.3 (ข้อมูลจากสำนักงาน BOI กรุงโตเกียว)

กลับด้านบน

อุตสาหกรรม

           ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็น ชาติอุตสาหกรรม ที่สําคัญที่สุดชาติหนึ่งของโลก มีโรงงานอุตสาหกรรม ที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ สาเหตุที่ทําให้ญี่ปุ่น เจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมมีดังนี้
  • มีความรู้ความชํานาญในกิจการอุตสาหกรรม
  • มีประชากรมาก มีความรู้ดีและ มีการศึกษาสูง
  • ญี่ปุ่นมีพลังงานน้ำและถ่านหินเพียงพอต่อการใช้พลังงานงานของประเทศ
  • ตลาดสินค้าอุตสาหกรรมอยู่ไม่ไกล และผู้คนในต่างประเทศนิยมสินค้าญี่ปุ่น
  • แหล่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ได้มาจากตลาดจําหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม
  • เนื้อที่เพาะปลูกมีน้อยรัฐต้องส่งเสริมการอุตสาหกรรมแทนการเพาะปลูก
  • ญี่ปุ่นเจริญก้าวหน้าด้านวิชาการ ประกอบกับมีการคมนาคมขนส่งและการธนาคารที่ดี
กลับด้านบน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          ญี่ปุ่นคือประเทศ ที่มีวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีชั้นสูง อิเล็กโทรนิค และอุตสาหกรรมทันสมัยมาก และผลิตภัณฑ์อิเล็กโทรนิค ของญี่ปุ่นยังมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่ประเทศที่ไม่มีส่วน ในการแข่งขันวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สหภาพโซเวียต และสหรัฐอเมริกา มีการพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้นจน กลายเป็นมหาอํานาจของโลก ญี่ปุ่นคือหนึ่งในชาติที่นำการวิจัยแบบวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีมาใช้ กับเครื่องกลไก และการวิจัยทางแพทย์ กับงบประมาณที่ใหญ่ ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สำหรับการวิจัย และการพัฒนามีงบประมาณอยู่ที่ 130 พันล้านดอลลาร์ และมีผู้วิจัย 677,000 คน
กลับด้านบน

วัฒนธรรม

          วัฒนธรรมญี่ปุ่น มีวิวัฒนาการมายาวนาน ตั้งแต่วัฒนธรรมโจมง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของประเทศ จนถึงวัฒนธรรม ผสมผสานร่วมสมัย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก เอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีทั้งงานฝีมือ เช่น อิเกะบะนะ (การจัดดอกไม้) โอะริงะมิ (การพับกระดาษ) อุกิโยะ-เอะ (ภาพพิมพ์) ตุ๊กตา เครื่องเคลือบ เครื่องปั้นดินเผา การแสดง เช่น คะบุกิ การเต้นรำ โนะ ระกุโงะ และประเพณีต่างๆ เช่น การละเล่น พิธีชา บุโด (ศิลปการต่อสู้) สถาปัตยกรรม การจัดสวน ดาบ และการทำอาหาร การผสมผสานระหว่าง ภาพพิมพ์กับศิลปะตะวันตก นำไปสู่การสร้างสรรค์ มังงะหรือหนังสือการ์ตูนของญี่ปุ่น ที่เป็นนิยมทั้งในและนอกญี่ปุ่น แอนิเมชันที่ได้รับอิทธิพล มาจากมังงะเรียกว่า อะนิเมะ วงการเกมคอนโซลของญี่ปุ่น เจริญรุ่งเรืองอย่างมากตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523

          ดนตรีญี่ปุ่นเป็นดนตรี ที่เลือกสรร และหยิบยืมเครื่องดนตรี สเกล และสไตล์มาจากวัฒนธรรม ข้างเคียงมาผสมผสาน เครื่องดนตรีหลายชิ้นเช่น โคะโตะ เริ่มเป็นที่รู้จักในศตวรรษที่ 9 และ 10 การพูดสลับร้องเพลง ของละครโนะเริ่มที่ศตวรรษที่ 14 และเพลงโฟล์คซึ่งเล่นด้วย ชะมิเซ็ง เครื่องดนตรีที่คล้ายกีตาร์ มีจุดเริ่มต้นที่ศตวรรษที่ 16 ดนตรีตะวันตกเริ่ม เข้ามาในปลายศตวรรษที่ 19 และถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม หลังสงคราม ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพล ทางด้านดนตรีสมัยใหม่ จากอเมริกาและยุโรปเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการพัฒนาแนวดนตรีที่เรียกว่า เจ-ป็อป

          วรรณกรรมญี่ปุ่น ชิ้นแรกได้แก่หนังสือประวัติศาสตร์ที่ชื่อ โคะจิกิ และ นิฮง โชะกิ และหนังสือบทกวี สมัยศตวรรษที่ 8 ที่ชื่อ มังโยชู เขียนด้วยภาษาจีนทั้งหมด ในช่วงต้นของยุคเฮอัง มีการสร้างระบบการเขียน แทนเสียงที่เรียกว่า คะนะ (ฮิระงะนะ และ คะตะคะนะ) นิทานคนตัดไม้ไผ่ ถูกพิจารณาว่าเป็นงาน ที่เก่าแก่ที่สุดที่เขียนด้วยภาษาญี่ปุ่น นิทานเก็นจิ ที่เขียนโดยมุระซะกิ มักถูกเรียกว่าเป็นวรรณกรรม ชิ้นแรกของโลก ระหว่างยุคเอโดะ วรรณกรรมไม่อยู่ในความสนใจ ของซามูไรเท่ากับ โชนิน ชนชั้นประชาชนทั่วไป ตัวอย่างเช่น โยะมิฮง กลายเป็นที่นิยม และเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลง ที่ลึกซึ้งระหว่างนักอ่านกับนักเขียน ในสมัยเมจิ วรรณกรรมดั้งเดิม ได้เสื่อมสลายลง ขณะที่วรรณกรรมญี่ปุ่น ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น นะสึเมะ โซะเซะกิ และ โมริ โอะงะอิ เป็นนักแต่งนิยายสมัยใหม่คนแรกของญี่ปุ่น ตามมาด้วย อะกุตะงะวะ ริวโนะซุเกะ, ทะนิซะกิ จุนอิชิโระ, คะวะบะตะ ยะซุนะริ, มิชิมะ ยุกิโอะ และล่าสุด มุระกะมิ ฮะรุกิ ญี่ปุ่นมีนักเขียน ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมอยู่ 2 คน ได้แก่ คะวะบะตะ ยะซุนะริ และ โอะเอะ เค็นซะบุโระ

กลับด้านบน

ศาสนา

           ในประเทศญี่ปุ่นมีศาสนาหลากหลาย และมีความสำคัญต่างๆ ไม่แปลกอะไรที่ชาวญี่ปุ่นจะนำลูกสาวอายุ 3 ขวบ ลูกชายอายุ 5 ขวบ และลูกสาวอายุ 7 ขวบ ไปที่วัดชินโตเพื่อไปทำพิธี ชิจิ-โกะ-ซัน เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง แต่งงานในโบสถ์คริสต์เล่นคริสต์มาสอย่างสนุกสนาน จัดงานศพแบบพุทธ และบูชาบรรพบุรุษแบบขงจื๊อ โดยไม่มีความ